รับมือกับเด็กดื้อ
20, Jun 2025
รับมือกับเด็กดื้อ เด็กซนไม่ใช่เรื่องยาก?

ลูกของคุณเป็นหนึ่งในเด็กดื้อหรือเปล่า

เด็กส่วนใหญ่ก็มักจะมีพฤติกรรมแบบเด็ก ๆ โดยเฉพาะความดื้อที่เป็นอุปนิสัยเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคนที่มักจะมีสิ่งนี้ติดตัวมาด้วยเสมอ ความดื้อ ความซน ความเป็นตัวของตัวเองไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะเด็กหลาย ๆ คนนั้นยังไม่สามารถที่จะเรียนรู้หรือแยกแยะและควบคุมความพฤติกรรมความซนของตัวเองได้ จึงทำให้มีเด็กบางคนที่เมื่อดื้อก็ดื้อสุดสุด และเมื่อซนก็ซนสุดสุดจนทำให้ผู้ใหญ่อย่างชาวเรานั้นมีความปวดหัวหนักกันเลยมีเดียว

ในวันนี้เราเลยนำทริควิธีการรับมือกับเด็กดื้อ เด็กซนมาฝาก ว่าหากต้องได้เจอกับเด็กดื้อเด็กที่ซนมากจนเกินไปควรรับมืออย่างไรดีกับเด็กที่มี energy ความดื้อความซนล้นเหลือแบบนี้

วิธีการรับมือกับเด็กดื้อ เด็กซน

1 เด็กดื้ออาจต้องการรางวัล (Positive reinforcement) 

เพื่อความสม่ำเสมอ เป็นการการันตีว่าสิ่งที่เขาทำนั้นเป็นเรื่องที่ดีและถูกต้องคือการให้รางวัล เมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่ถูกต้องเหมาะสมแล้ว เพื่อให้พฤติกรรมนั้นเกิดขึ้นอีกไม่หายไป ควรให้รางวัลตบท้าย อาจเป็นการกล่าวชมด้วยวาจา แสดงกิริยาชื่นชมพอใจในพฤติกรรมนั้น เช่น โอบกอด ลูบหัว เป็นต้น

2 เด็กดื้อต้องใช้สิ่งทดแทน (Alternative response)

การหาสิ่งอื่นมาทดแทนเหมือนเป็นการยื่นหมายื่นแมว ที่มีความง่าย ลดความดื้อของเด็กไปอีกอย่าง เช่น เด็กเล่นของแหลมอยู่จะเอาจากมือเด็กก็ให้เอาของอื่นที่น่าสนใจกว่ามาให้เด็กแทน ไม่ควรหยิบสิ่งของนั้น ๆ ออกมาเฉย ๆ แต่ควรหาตัวแทนเอามา หรือเห็นเด็กขีดเขียนฝาผนังบ้านอยู่ห้ามไม่ให้ทำเพราะสกปรกบ้าน ก็ควรหากระดาษมาให้เด็กได้เขียนแทน เป็นต้น เพียงเท่านี้ก็สามารถลดอัตราการอาละวาดของเด็กได้

3 เด็กดื้อต้องใช้เหตุผล (Reasoning)

บางทีการให้เหตุผลเหมทอนจะเป็นเรื่องที่เข้าใจง่ายที่สุดสำหรับเด็ก เช่น เล่นปลั๊กไฟไม่ได้ เดี๋ยวไฟจะดูด, เล่นน้ำไม่ได้ เดี๋ยวมันจะเปียก การให้เหตุผลอย่างตรงไปตรงมา สั้น ง่าย ได้ใจความ จะทำให้เด็กเข้าใจและสามารถปรับพฤติกรรมได้ดี

4 เด็กดื้อต้องใช้ท่าทีที่หนักแน่นและจริงจัง (Firmness)

เวลาที่ผู้ใหญ่ต้องการให้เด็กทำอะไรแล้วเด็กไม่ยอมทำ อีกวิธีหนึ่งที่ได้ผลคือต้องพูดให้หนักแน่นและจริงจังว่าให้ทำเดี๋ยวนี้ และอาจต้องใช้ท่าทีประกอบด้วย เพื่อให้การสื่อสารได้เข้าใจง่ายอย่างตรงไปตรงมาทั้งน้ำเสียงและท่าทางที่มีความหนักแน่น เอาจริงเอาจัง เช่น ในช่วงเวลาการป้อนข้าวแต่เด็กไม่ยอมกินและอยากไปเล่นของเล่น ช่วงเวลาแบบนี้สามารถทำน้ำเสียงจริงจังขึ้นมาได้ว่าให้กินข้าวก่อนแล้วถึงไปเล่นได้ในภายหลังจากกินเสร็จแล้ว

5 เด็กดื้อต้องปล่อยให้สามารถแสดงความคิดเห็นและความรู้สึก (Freedom to discuss ideas and feelings)

ควรให้เด็กรู้สึกว่าเมื่อมีความคิดเห็นอย่างไรก็สามารถพูดออกมาได้อย่างอิสระ หรือมีความรู้สึกอย่างไรก็สามารถพูดคุยชี้แจงได้

6 เด็กดื้อต้องการเห็นแบบอย่างที่ดีของผู้ใหญ่ให้กับเด็ก (Positive model) 

การได้เห็นแบบอย่างที่ดีถือเป็นเรื่องที่ง่ายที่เด็กสามารถดูและทำตามได้ เป๋นความใจที่สามารถเห็นภาพได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะพ่อแม่ควรทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูก เด็กจะเอาอย่างผู้ใหญ่ที่อยู่ใกล้ชิด โดยดูจากการกระทำของผู้ใหญ่มากกว่าคำพูด

7 เด็กดื้ออาจต้องใช้การเลิกให้ความสนใจ (Ignoring)

เป็นธรรมชาติของเด็กทุกคนที่ต้องการได้รับความสนใจจากผู้อื่น ฉะนั้น เมื่อเด็กมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ เราอาจใช้วิธีเลิกให้ความสนใจขณะที่เด็กกำลังกระทำพฤติกรรมนั้น

8 การลงโทษเด็กดื้อ (Punishment)

โดยทั่วไปจะพยายามไม่ใช้การลงโทษ นอกจากวิธีอื่น ๆ ที่กล่าวมาแล้วไม่ได้ผลสิ่งสำคัญที่สุดคือเวลาใช้การทำโทษนี้ผู้ใช้ต้องไม่ใช้ด้วยอารมณ์โกรธ เกลียด 
ไม่ชอบเด็ก เพราะจะทำให้เด็กยิ่งต่อต้าน เวลาใช้ควรแสดงให้เด็กเห็นว่าเราต้องการเพียงหยุดพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมเท่านั้นและพร้อมที่จะหยุดการลงโทษเมื่อเด็กคิดว่าสามารถควบคุมตัวเองให้ไม่ประพฤติ 
ไม่เหมาะสมอีก การลงโทษมีตั้งแต่เบา ๆ จนไปถึงระดับที่รุนแรงขึ้น

เด็กดื้อหายกริบ เหลือแต่เด็กดี

การปรับพฤติกรรมเด็กถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลง และด้วยความที่เด็กนั้นยังคงความเป็นตัวของตัวเองที่ค่อนข้างสูง และยังไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองได้มากขนาดนั้น ผู้ใหญ่อย่างชาวเราจึงต้องทำใจให้เย็น และไม่กดดัน ควรทำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตามความเหมาะสมเพื่อเด็กที่ดื้อและซนเหล่านั้นจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ แบบที่เป็นไปตามพัฒนาการ